มันได้เริ่มต้นขึ้นแล้วสำหรับฟุตบอลยูโร ปี2020 ด้วยความที่การแข่งขันในครั้งนี้ ถือเป็นครั้งที่ 2 ที่ทีมเข้าร่วมในรอบสุดท้ายมากถึง 24ทีม ทำให้เราได้เห็นกันว่าทีมชาติใหญ่ๆ หลายชาติต่างก็ไม่ตกรอบและมีสิทธิเข้ามาเล่นในรอบ24ทีม และวันนี้เราจะมาสำรวจผู้เล่นแนวรุกสำคัญๆ ของ8ชาติที่เป็นทีมเข้าข่ายลุ้นแชมป์ในการแข่งขันยูโร 2020ครั้งนี้เราจะไปดูกันว่าชาติไหนจะมีแนวรุกเป็นใครและโหดเพียงใดในศึกยูโรครั้งนี้
1.ทีมชาติฝรั่งเศส

รองแชมป์เก่าจากการแข่งขันเมื่อปี 2016 และเคยมีดีกรีเป็นเจ้าของแชมป์รายการนี้มาแล้ว2สมัยในปี1984และ 2000 และทัพตราไก่ในปี2021คุมทีมโดย ดีดิเย่ร์ เดส์ชองส์ กุนซือมากความสามารถผู้ที่พาทีมชาติประสบความสำเร็จมาแล้วในฟุตบอลโลกปี2018 ขุมกำลังของฝรั่งเศสถือว่าอุดมไปด้วยผู้เล่นที่มีดีกรีระดับแนวหน้าของวงการและแน่นอนว่านำมาโดยซุปเปอร์สตาร์วัยรุ่นแห่งยุคนี้อย่าง คีเลี่ยน เอ็มปั้ปเป้ ที่แม้อายุจะยังน้อยมาก แต่ก็มากด้วยประสบการณ์และความสามารถจากการผ่านเวทีแข่งขันใหญ่ๆ มาแล้ว นอกจากนี้ฝรั่งเศสชุดนี้ยังมีการเรียกตัวเบนเซม่ากลับมาติดทีมชาติอีกครั้งในรอบหลายปีเนื่องจากฟอร์มของเจ้าตัวนั้นโดดเด่นอย่างมากในช่วงสองซีซั่นที่ผ่านมา ส่วนอีกคนหนึ่งถึงแม้ในตอนเล่นสโมสรจะเล่นไม่ได้โดดเด่นอะไรมากแต่เมื่อใดที่เขาได้สวมเสื้อทีมชาติ เขาจะเล่นดีเป็นคนละคนเลย นั้นก็คือ อ็องตวน กรีซมันน์ เขาเปรียบเหมือนแข้งชั้นยอดภายในทีมซึ่งติดทีมชาติมาแล้ว 91เกม ถือว่าเป็นผู้เล่นที่ติดทีมชาติมากที่สุดเป็นอันดับ3ของทีมชุดลุยยูโรในครั้งนี้
2.ทีมชาติเยอรมัน

อย่างที่ทราบกันดีว่านี้จะเป็นทัวร์นาเม้นท์สุดท้ายในการทำหน้าที่บุนเดสเทรนเนอร์ของ โยอาคิม เลิฟ กุนซือวัย61ปีที่ทำหน้าที่ตรงนี้มายาวนานเขานั้นตั้งเป้าว่าจะสร้างผลงานทิ้งทวนให้ออกมาดีที่สุด เยอรมันชุดนี้ถือเป็นทีมที่ผสมผสานระหว่างกลุ่มผู้เล่นเจนเก่าและเจนใหม่ โดยผู้เล่นในแนวรุกชุดนี้มีประสบการณ์มากกว่าใครเพื่อนนั้นก็คือ โธมัส มุลเลอร์ ที่ติดธงทีมชาติมาแล้วกว่า100นัด ที่น่าสนใจที่สุดคือมี2ตัวรุกที่ผ่านการคว้าแชมป์เปี้ยนส์ ลีก มาหมาดๆ ให้กับสโมสรเชลซี นั้นก็คือ ไค ฮาร์แวร์ตซ์ และติโม แวร์เนอร์ ที่จะลงทำหน้าที่ในการล่าตาข่าย
3.ทีมชาติโปรตุเกส

เจ้าของตำแหน่งแชมป์จากการแข่งขันครั้งที่ผ่านมาโดยโปรตุเกสนั้นคุมทัพมาโดยกุนซือคนคุ้นเคยอย่าง แฟร์นานโด ซานโตส ผู้ที่พาทีมคว้าแชมป์มาเมื่อปี2016 โปรตุเกสในชุดนี้อยู่ในฟีฟ่า แรงค์กิ้งอันดับ5ของโลกแต่แกนหลักในทีมยังคงเป็น คริสเตียนโน่ โรนัลโด้ ผู้ซึ่งแม้จะอยู่ในวัย36ปี แต่ว่าผลงานกับยูเวนตุสในซีซั่นล่าสุดก็ยังถือว่าโดดเด่นในเรื่องการทำประตูได้มากตามมาตรฐานของตนเอง ยังมี บรูโน่ แฟร์นานเดส มาลุยศึกในครั้งนี้ ที่เจ้าตัวโชว์ผลงานได้อย่างดีมากในสีเสื้อของแมนยู และยังมี เจา เฟลิกซ์ แชมป์ลา ลีกา ล่าสุดกับสโมสรแอตเลติโดมาดริดและยังมี ดีโอโก้ โชต้า ดาวยิงฟอร์มร้อนแรงจากทีมลิเวอร์พลู ซึ่งจะเป็นกำลังสำคัญของทีมชุดนี้เช่นกัน
4.ทีมชาติสเปน

ซึ่งต้องยอมรับอย่างหนึ่งเลยว่าฟุตบอลของสเปนนั้นถือเป็นกระแสหลักของวงการลูกหนังในช่วงทศวรรษที่ผ่านมาอย่างมาก แต่ในอีกแง่หนึ่งก็ต้องยอมรับเหมือนกันว่าทีมชาติสเปนในปัจจุบันยังถือว่าห่างไกลจากความสำเร็จเดิมๆ เมื่อครั้งที่ได้แชมป์ยูโรในปี2008และ2012 อย่างแรกเลยคือ หลุยส์ เอ็นรีเก้ ไม่ได้มีการเรียกตัวผู้เล่นจากเรอัล มาดริดมาติดทีมแม้แต่คนเดียวทำให้ในแนวรับจะไม่มีชื่อของกองหลังสุดเก๋าอย่าง เซร์คิโอ รามอส ส่วนในเรื่องของเกมบุกนั้น แกนหน้ามีเพียง อัลบาโร่ โมราต้า เท่านั้นที่ติดทีมชาติมากที่สุดจำนวน 40เกม ส่วนนอกนั้นจะประกอบไปด้วย อดาม่า ตราโอเร่ จากวูล์ฟแฮมป์ตันและเฟร์ราน ตอร์เรส จากแมนซิตี้ ส่วนผู้เล่นที่มีประสบการณ์มากที่สุดในชุดนี้คือกัปตันทีมอย่าง เซร์คิโอ บุสเก็ตต์
5.ทีมชาติอังกฤษ

ทีมขวัญใจมหาชนถือเป็นทีมที่น่าจับตามองมากๆ ในการแข่งขันยูโร 2020 จากการที่ภายในทีมนั้นมีชุมกำลังชั้นดีมากมายที่นำมาโดย แฮร์รี่ เคน ดาวยิงรองเท้าทองคำพรีเมียร์ลีกซีซั่นล่าสุด นอกจากนั้นยังมีเมสัน เมาน์ท ตัวรุกวัยรุ่นจากค่ายเชลซี และยังมีเจ้าหนู ฟิล โฟเด้น เด็กระเบิดที่เป๊ป ส่งเข้าประกวด จาดอน ซานโซ่ ที่โบยบินไปสร้างผลงานที่เยอรมันกับทีมดอร์ทมุนด์ เรียกได้ว่าอังกฤษชุดนี้มีครบทุกอย่างและทุกอย่างขึ้นอยู่กับ แกเร็ธ เซาท์เกต ว่าจะผสมผสานทุกอย่างให้ออกมากลมกล่อมได้มากเพียงใด
6.ทีมชาติฮอลแลนด์

ฮอนแลนด์นั้นถือเป็นชาติยักษ์หลับอย่างแท้จริงในช่วงทศวรรษที่ผ่านมาจากการที่ทีมชาตินั้นไม่ได้เข้าร่วมแข่งยูโรเมื่อปี2016 รวมถึงการหายหน้าไปจากทัวร์นาเม้นท์ฟุตบอลโลกครั้งล่าสุดในปี2018 สำหรับทัพอัศวินสีส้มในยูโร 2020 ที่คุมทีมมาโดย แฟร้งค์ เดอ บัวร์ นักเตะคนสำคัญของฮอลแลนด์นั้นนำมาโดย เมมฟิส เดอปาย สตาร์ที่โดดเด่นที่สุดจากผลงานการเล่นให้กับสโมสรโอลิมปิก ลียงและมีข่าวว่าจะลงเอยกับบาร์ซ่าในซัมเมอร์นี้ไม่ช้าก็เร็ว แดนกลางนำมาโดย จินี่ ไวจ์นัลดุม ห้องเครื่องคนเก่งจากค่ายปารีส แซ็ง แฌร์แม็ง ที่จะสวมบทกัปตันทีม แทนเวอร์จิล ฟานไดจ์ที่ยังคงเจ็บอยู่
7.ทีมชาติอิตาลี

อิตาลี เคยเป็นแชมป์รายการนี้1สมัยแต่ก็นานมากตั้งแต่ปี1968 โดยปัจจุบันนี้เขาคุมทีมโดย โรแบร์โต้ มันชินี่ โค้ชมือดีที่ทำหน้าที่มาตั้งแต่ปี 2018 มีแนวรุกสำคัญที่นำมาโดย ลอเรนโซ่ อินซิเญ่ จากนาโปลี และชิโร่ อิมโมบิเล่ จากค่ายลาซิโอ อิตาลีชุดนี้คือส่วนผสมระหว่างกลุ่มวัยรุ่นกับตัวเก๋าอย่าง เลโอนาร์โด้ โบนุชชี่ และจอร์โดจ้ คิเอลลินี่ในแนวรับกับผู้เล่นสำคัญในแดนกลางอย่าง มาร์โก แวร์รัตติ อิตาลีมีข้อได้เปรียบที่จะได้เล่นเกมในบ้านตัวเองทั้ง3นัดในรอบแบ่งกลุ่ม เอ
เขียนโดย:เว็บบอล

ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น