นักจัดการความล้มเหลว เจอร์เก้น คล็อปป์

 


ในวันที่ 27เมษายน ค.ศ.2014 เกมพรีเมียร์ลีกระหว่างลิเวอร์พลุvsเชลซี ทุกคนเลือกจดจำฉากที่ สตีเว่น เจอร์ราร์ด ลื่นล้มเสียบอลและเสียประตูในที่สุดและจบเกมวันนั้นลิเวอร์พลูแพ้เชลซีไป0–2 โดยเกมนัดนั้นไม่ใช่เกมที่ธรรมดาๆแต่มันเป็นเกมที่เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของตำแหน่งแชมป์พรีเมียร์ลีกเลยทีเดียว เพราะนั้นเป็นเกมที่ลิเวอร์พลูเสียตำแหน่งจ่าฝูงให้กับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้และในฤดูกาลนั้นเขาล้มเหลวไปไม่ถึงฝัน มันคงเป็นภาพที่ชินตากับทีมลิเวอร์พลูที่ไปไม่ถึงฝันซักทีซ้ำแล้วซ้ำเล่าไม่ว่าจะยุคไหนหรือใครคุมก็ผิดพลาดและล้มเหลวกันหมดคำสาปแชมป์พรีเมียร์ลีกนี้อยู่กับทีมลิเวอร์พลูมาอย่างยาวนาน จนแฟนบอลหลายต่อหลายทีมล้อกันอย่างมากมายกับเรื่องที่ไม่ได้แชมป์พรีเมียร์ลีกซักที
จนกระทั่งในวันที่ เจอร์เก้น คล็อปป์เดินเข้ามานายใหญ่ชาวเยอรมันยอมรับว่าตกหลุมรักลิเวอร์พลูตั้งแต่วันที่เขาพาดอร์ทมุนท์มาเยือนลิเวอร์พลูแล้วและยิ่งได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวนี้เขายิ่งรักจนสุดหัวใจ คล็อปได้เข้ามาคุมทีมลิเวอร์พลู ในช่วงที่ทีมสถานการณ์ไม่ค่อยดีมากนักเขาพาทีมจบฤดูกาลแรกที่เข้ามาคุมด้วยอันดับที่ 8 ได้เข้าชิงถ้วยลีก คัพ และยูโรป้า ลีก แต่ก็พ่ายแพ้ในนัดชิงทั้ง2อย่างน่าเสียดายเมื่อเข้าสู่ฤดูกาลที่2 เขาเริ่มซ่อมแซมทีละจุดเขาซื้อนักเตะเข้ามาร่วมทีมหลายคนและฤดูกาลนั้นเขาพาทีมจบอันดับที่4และคว้าตั๋ว ยูฟ่า แชมป์เปี้ยนส์ลีกมาครองได้สำเร็จ แต่ถึงอย่างนั้นเกมรับของลิเวอร์พลูก็ยังคงจุดอ่อนของทีมอยู่ดี และเข้าสู่ฤดูกาลที่3 จุดอ่อนนั้นถูกแก้ไขโดย Virgil van Dijk ที่ถูกซื้อเข้ามาร่วมทีมและคล็อปป์ได้เสริมแนวรุกสุดแกร่งเข้ามานั้นก็คือ Mohamed Salah และนี่คือจิ๊กซอตัวสำคัญที่เข้ามาเติมเต็มแนวรุกและการทำลายประตู หงส์แดงกลับมาน่ากลัวอีกครั้งและลิเวอร์พลูเร่งฝีเท้าไปไกลจนถึงรอบชิงชนะเลิศในถ้วย ยูฟ่า แชมป์เปี้ยนส์ลีก แต่ในศึกนั้นการผิดพลาดของผู้รักษาประตูทำให้ทีมไปไม่ถึงฝัน 98เปอร์เซ็นของฟุตบอลคือการจัดการกับความล้มเหลว คุณต้องรู้จักเรียนรู้จากความล้มเหลวนั้นให้ได้ คล็อปป์ยึดมั่นในความเชื่อนี้ เขาแพ้ในนัดชิงถ้วยนี้มาแล้ว2ครั้งกับ2ทีม และเขาบอกกับตัวเองว่าเขาจะไม่พลาดอีกเป็นครั้งที่3 เมื่อเข้าสู้ฤดูกาลใหม่คล็อปป์จำเป็นต้องแก้ไขช่องโห่ว นั้นก็คือตำแหน่งผู้รักษาประตูและเขาก็เลือกไปที่ อลิซง นายประตูชาวบลาซิลของโรม่า แม้ค่าตัวจะพุ่งเป็นสถิติก็ตามแต่มันก็คุ้มค่ามากเป็น อลิซงกลายเป็น จิ๊กซอตัวสุดท้ายที่แม้จริงที่เข้ามาปิดช่องโหว่นั้นและทำให้เครื่องจักรสีแดงสมบรูณ์แบบ ลิเวอร์พลูไปไกลถึงการเป็นแชมป์ยุโรป สมัยที่6ได้สำเร็จ คล็อปป์สามารถลบคำสาปของตัวเองในถ้วยใบนี้ได้สำเร็จ เขารีบโทรไปหา เป๊บ คู่ปรับตลอดกาลของเขาว่าเขาจะไล่เตะก้นนายให้ได้ในฤดูกาลหน้า เราจะแข่งกันทุกอย่าง และมาคอยดูกันว่าเราจะได้อะไรติดมือกันมาบ้าง ใช่แล้วต่อไปคือคำสาปของทีมลิเวอร์พลูที่ต้องแก้ไขให้ได้นั้นก็คือเป็นแชมป์พรีเมียร์ลีก ลิเวอร์พลูกับคล็อปป์เหมือนกันทุกอย่างคือมีเลือดนักคู่อยู่ในตัวเข้ากันได้ดีอย่างกับกิ่งทองใบหยก ชนิดที่ว่าไม่เคยมีโค้ชคนไหนของลิเวอร์พลูทำได้มาก่อน คล็อปป์เก็บความผิดพลาดทุกอย่างมาแก้ไข เขารู้ว่าการที่เขาแพ้ทีมของเป๊บ อย่างแมน ซิตี้เป็นเพราะความไม่สม่ำเสมอมากพอในช่วงต้นฤดูกาลในปีถัดมาเขาจึงเน้นทุกนัดจนแทบไม่มีข้อผิดพลาดให้เห็น เพื่อพาหงส์แดงไปถึงจุดมุ่งหมาย แม้ฟุตบอลจะถูกพักไป3เดือน เพราะโรคระบาด แต่ลูกทีมของคล็อปป์ก็ยังคงรักษามาตรฐานเอาไว้ได้ดีแบบไม่มีตก และเมื่อฟุตบอลกลับมาเตะได้อีกครั้งตามปกติเขายังทำผลงานได้ยอดเยี่ยมและแฟนหงส์หลายคนรู้ทันทีว่าถ้วยพรีเมียร์ลีก อยู่ไม่ไกลเกินเอื้อมแล้ว แล้วก็มาถึงในวันที่แมน ซิตี้พลาด แมนซิตี้ พลาดไปแพ้ให้กับเชลซี ด้วยการยิงของ วินเลี่ยมลูกนั้นในนาทีที่ 78 มันไม่ใช่เสียงเฮของชาวสิงห์บลูเท่านั้น แต่มันทำให้แฟนบอลและทั้งทีมลิเวอร์พลูเฮกันอย่างสุดเสียง คล็อปป์ที่ได้นั่งดูเกมการแข่งที่บ้าน ถึงกับกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่และนั้นคือของขวัญที่วิเศษมากของเหล่าลิเวอร์พลูผู้ซึ่งรอคอยมานานถึง 30ปีกับคำสาปนี้ คล็อปป์บอกว่าเขาถึงกับพูดไม่ออก แต่การได้แชมป์กับลิเวอร์พลูคือเรื่องที่ยอดเยี่ยมที่สุด เจอร์เก้น คล็อปป์เป็นมากกว่าโค้ชฝีมือดี แต่เขายังเป็นนักจัดการกับความล้มเหลวที่เป็นมือวางระดับต้นๆของโลกเลยทีเดียวและในวันนี้เขาก็แสดงให้เห็นแล้วว่าความล้มเหลวในอดีตมันเป็นเพียงแค่กระบวนการหนึ่ง สำหรับการเดินทางไปข้างหน้าอย่างมั่นคงและยิ่งใหญ่
เขียนโดย:เว็บชัวร์

ความคิดเห็น