รวมกองหน้าแต่ละสายที่เคยมีมาในโลกฟุตบอล

 


คำนิยามของคำว่ากองหน้าคงไม่พ้นเรื่องการจบสกอร์ แค่ทำประตูได้ทุกคนก็พร้อมจะตบมือยกย่องพวกเขาเหล่านั้นและไม่ล้มเหลวในตำแหน่งกองหน้า แต่สไตร์ของกองหน้าในแต่ละยุคสมัยนั้นแตกต่างกันมาก แน่นอนว่าเป็นกองหน้านั้นไม่ใช่เรื่องที่จะยากมากนักเพียงแค่ส่งบอลเข้ากันตาข่ายได้ก็ถือว่าทำหน้าที่ได้ดีแล้วแต่นั่นเป็นแค่คำพูดของคนในยุคเก่าเพราะกองหน้าสมัยนี้ไม่ใช่มีเพียงแค่จบสกอร์เท่านั้นแต่มีหลายบทบาทหน้าที่ที่กองหน้าสามารถทำได้มากมายและเราจะมาดูว่ามีกองหน้าสไตร์ไหนกันบ้างในโลกฟุตบอล

1.จอมเข้าฮอส (The poacher)

สำหรับกองหน้าสไตร์นี้คนที่จะยกตัวอย่างได้ดีที่สุดคงเป็น ดาวิด เทรเซเกต์ อดีตดาวยิงทีมชาติฝรั่งเศส ซึ่งสมัยนั้นล่าตาข่ายให้กับยูเวนตุสมีการเก็บบันทึกสถิติว่า 90 เปอร์เซ็นต์ของจำนวนประตูที่เขาทำได้นั้นเกิดขึ้นในกรอบเขตโทษ อีกคนก็คือ ลิปโป้ อินซากี้ ที่เก่งอย่างมากในเรื่องการชิงจังหวะเข้าฮอสเพื่อทำประตูรวมถึงจมูกไวในการเก็บตกจังหวะบอลเพื่อทำประตู จนถึงขั้นที่ครั้งหนึ่ง โยฮัน ครัฟฟ์ ถึงกับออกมาพูดว่า เล่นฟุตบอลจริงๆ ไม่เป็นหรอก เพราะอินซากี้ ไม่ได้อุดมไปด้วยเทคนิคแพรวพราวที่จะเล่นกับลูกบอลเขาเพียงแค่เก่งในการหาจังหวะเข้าฮอสเพียงอย่างเดียวเท่านั้น ในสมัยนี้เราจึงไม่ค่อยเห็นกองหน้าสไตร์นี้กันมากเท่าไหร่เพราะรูปแบบฟุตบอลมันเปลี่ยนกันไปเรื่อยๆ จะให้รอแต่เข้าฮอสมันคงทำได้ยากเลยต้องปรับเปลี่ยนสไตร์กันไปเรื่อยๆ

2.กองหน้าจอมสร้างสรรค์ (The Creator)

หากคุณนึกภาพกองหน้าประเภทนี้ไม่ออกให้ลองนึกภาพของ จานฟรังโก้ โซล่า เพราะดาวยิงร่างจิ๋วรายนี้ถือเป็นต้นแบบอย่างแท้จริงของกองหน้าที่โดดเด่นเรื่องการสร้างสรรค์เกมหรืออีกคนก็คงเป็น ปีเตอร์ เบียร์ดสลี่ย์ อดีตดาวเตะของลิเวอร์พลูและนิวคลาสเซิล ที่ยกระดับการเล่นขึ้นมาจนกลายเป็นผู้เล่นที่สามารถเล่นเชื่อมระหว่างกลางกับหน้าได้อย่างแนบเนียน กองหน้าประเภทนี้คือกองหน้าที่จะเป็นตัวสนับสนุนกองหน้าอีกคนที่ยืนสูงกว่าหรือเรียกว่าหน้าต่ำ ต้องเล่นประสานกับแนวมิดฟิลด์ของทีมและรับภาระหน้าที่ที่มากกว่าแค่ยิงประตู ทำให้คนที่จะมาเล่นตำแหน่งนี้ได้ต้องมีทักษะฟุตบอลในระดับสูงตัวอย่างเช่น แดนนิส เบิร์คแคมป์ ที่คอยสนับสนุน เธียร์รี่ อองรี ในสมัยเล่นกับอาร์เซนอล

3.สไตรเกอร์ (Striker)

กองหน้าประเภทนี้เป็นกองหน้าที่มีความครบเครื่องในการเล่นด้วยตัวคนเดียว จึงตอบโจทย์กับแนวคิดฟุตบอลสมัยใหม่ที่โค้ชแต่ละคนชอบลดจำนวนกองหน้าเพื่อเอาไปเสริมในแดนหลังหรือแดนกลางทำให้มีผู้เล่นกองหน้าแค่คนเดียว ซึ่งกองหน้าคนเดียวแบบนี้จะมีประสิทธิภาพอย่างมากถ้าคนที่เล่นมีคุณสมบัติครบถ้วนเหมือนอย่างเช่น ดีดิเย่ร์ ดร็อกบา และเฟอร์นานโด ตอเรส ที่อุดมไปด้วยพละกำลัง สปีดความเร็ว ความแข็งแกร่ง และสัญชาตญาณในการเข้าทำ สามารถจะทำประตูได้ทั้งในกรอบและนอกกรอบเขตโทษ กองหน้าประเภทนี้ถือเป็นกองหน้าที่เหล่ากุนซือทุกคนใฝ่ฝันที่อยากจะได้เข้ามาร่วมทีม เพราะแค่มีกองหน้าเหล่านี้เพียงคนเดียวก็เหมือนมีกองหน้าอยู่ในทีมถึง2คนนั้นเอง

4. (Advanced Forward)

ซึ่งโดยตัวของมันเองนั้นมีการพัฒนามาจากกองหน้าประเภท Poacher ที่มีรูปแบบการเล่นที่คล้ายกัน แต่สำหรับ Advanced Forward นั้นจะมีส่วนร่วมกับเกมมากกว่า เพราะจะมีการวิ่งถอนตัวลงมาเล่นในแนวลึกด้วยการไปถึงการดึงตัวประกบเพื่อนปั้นจังหวะให้ปีกหรือผู้เล่นจากแถวสองสอดเข้ามาทำประตู ตัวอย่างผู้เล่นในตำแหน่งนี้ก็คือ ดาวิด บีย่า ของทีมชาติสเปน เธียร์รี่ อองรี สมัยโหดๆ กับอาร์เซนอล รวมไปถึงโล้นทองคำ โรนัลโด้R9ที่จะอยู่ก้ำกึ่งระหว่าง Advanced Forwardกับ สไตรเกอร์ เนื่องจากพวกเขาทำได้ดีพอๆ กันในทั้งสองแบบ

5.หน้าตัวเป้า (Target Man)

กองหน้าตัวเป้ากับกองหน้าจอมเข้าฮอสนั้นอาจจะมีความคล้ายกันในแนวการเล่นแต่ในรายละเอียดนั้นแตกต่างกันเพราะขณะที่จอมเข้าฮอสไม่จำเป็นต้องเป็นผู้เล่นที่ตัวสูงใหญ่ แข็งแกร่ง ขอแค่เข้าฮอสและชิงจังหวะได้ดีแค่นั้น แต่กองหน้าตัวเป้า ต้องเป็นผู้เล่นที่รูปร่างสูงใหญ่ แข็งแกร่งเพื่อเอาไว้ชนกับกองหลังคู่ต่อสู้นอกจากนั้นยังต้องเป็นคนที่เล่นลูกกลางอากาศได้ดีเพราะมีหน้าที่มากกว่าการรอประตู แต่ยังต้องเป็นตัวพักบอลให้เพื่อนหรือเก็บบอลรอจังหวะการเซตเกม สมัยที่แผน 4 4 2 ได้รับความนิยม สูตรสำเร็จของการวางกองหน้าคู่นั่นก็คือ คนหนึ่งต้องเป็นเภทเร็ว คล่องตัว ปราดเปรียว ส่วนอีกคนคือประเภทตัวสูง ใหญ่ แข็งแกร่ง สามารถชนเพื่อเปิดทางให้คาหูได้มีพื้นที่เข้าทำหากนึกภาพไม่ออกให้นึกถึงกองหน้าคู่ของทีมชาติอังกฤษในอดีตนั่นก็คือ ไมเคิ่ล โอเว่น และเอมิล เฮสกี้ แต่ถ้าจะให้นึกภาพของกองหน้าตัวเป้าในยุตนี้คือเป็น โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ หรือ ซลาตัน อิบราฮิโมวิช นั่นเอง

6.กองหน้าตัวรับ (Defensive Forward) ซึ่งหลายคนอาจจะงงกับกองหน้าประเภทนี้ว่าทำกองหน้าต้องเป็นตัวรับเพราะหน้าที่ของกองหน้าคือยิงประตูจะให้มาเป็นกองหน้าตัวรับไปเพื่ออะไร แต่คำตอบก็คือฟุตบอลสมัยใหม่นั้นมีการเล่นเกมรับตั้งแต่แดนหน้าหรือก็คือแท็กติกการบีบพื้นที่การเล่นของคู่แข่งตั้งแต่แดนบนทำให้เกิดเป็นผู้เล่นประเภทนี้ขึ้นมา กองหน้าประเภทนี้ไม่จำเป็นต้องทำประตูถล่มทลาย แต่มีความสำคัญคือการถูกวางให้เป็นตัวรับในแดนบนมีประโยชน์ในการเปิดพื้นที่ให้เพื่อนร่วมทีมตัวเองนั่นเอง

เขียนโดย :เว็บมั่นคง

ความคิดเห็น