เดอะคิงอองรี ตำนานที่สั่นสะเทือนเกาะอังกฤษ


 เด็กๆ ในปีปัจจุบันหลายคนอาจจะไม่รู้จักตำนานกองหน้าอย่าง เธียร์รี่อองรี ซึ่งเป็นผู้ประสบความสำเร็จอย่างมากกับทีมอาร์เซนอล ในยุคที่ทุกคนเรียกว่าปืนใหญ่แห่งการไร้พ่ายในตอนนั้นไม่มีทีมไหนในพรีเมียร์ลีกที่จะสามารถเอาชนะทีมอาร์เซนอลชุดนั้นได้เลยและอองรีเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ทีมประสบความสำเร็จนั้น เพราะว่าเขาเป็นกองหน้าสุดโหดที่ไม่มีกองหลังคนไหนหยุดยั้งเขาได้ในช่วงเวลานั้นจนในปัจจุบันอองรีได้กลายเป็นไอดอลของนักฟุตบอลยุคใหม่หลายๆ คนวันนี้เราจะพามาดูว่าทำไมแฟนบอลอาร์เซนอลถึงยกฉายาเดอะคิงอองรีให้เขา

เขามีชื่อจริงว่า ตีแยรี แดเนีบล อองรี เกิดเมื่อวันที่ 17 สิงหาคม ค.ศ. 1977 เป็นชาวฝรั่งเศส เธียร์รี่ อองรี ในยุคหนึ่งชื่อๆ นี้มีความหมายใกล้เคียงกับคำว่าชัยชนะเขาคือตำนานและพร้อมจะทำลายคู่แข่งได้ทุกเมื่อ อองรีไม่ได้สร้างชื่อเสียงให้กับอาร์เซนอลเท่านั้นแต่กับทีมชาติฝรั่งเศสเขาได้ขึ้นชื่อว่าเป็นกองหน้าที่ยิ่งใหญ่ที่สุดและในปี 2008 อองรีได้รับโหวตจากชาวอังกฤษ 32000 กว่าคนนับให้เขาเป็นนักเตะที่ดีที่สุดตั้งแต่ก่อตั้งพรีเมียร์ลีกมาเลยทีเดียวเห็นได้ชัดเลยว่าไม่ใช่แค่แฟนบอลของอาร์เซนอลที่รักเจาแต่เป็นแฟนบอลทั่วโลกที่ยอมรับในฝีเท้าของเขาและรักเขาซึ่งแฟนบอลส่วนใหญ่ชื่นชอบในความสามารถที่เขาแสดงออกมาในสนาม การเลี้ยงบอลฉีกกองหลัง

ของเขามีประสิทธิภาพอย่างมากเพราะเขามีทั้งความเร็ว ความแข็งแกร่ง และการจบสกอร์ที่เฉียบคม เมื่อก่อนนอองรีนั้นเล่นตำแหน่งปีกมาตั้งแต่เด็ก แต่พอมาสู้ทีมอาร์เซนอล อาร์แซน เวนเกอร์ ได้จับอองรีมาเล่นหน้าเป้าซึ่งตอนแรกอองรีก็ไม่ชินกับตำแหน่งนี้ทำให้ฟอร์มเขาตกลง จนอองรีได้ขอเวนเกอร์ให้เขากลับมาเล่นตำแหน่งปีกรวมถึงแฟนบอลอาร์เซนอลตอนนั้นก็กดดันให้เขาหากองหน้าคนใหม่มาแทนอองรีเพราะตอนนั้นฟอร์มเขาไม่ดีเอาซะเลย แต่เวนเกอร์ปฏิเสธ เขารู้ว่าอองรีมีดีอะไรเพชรก็คือเพชร อองรีต้องลืมบทบาทตอนที่เขาเล่นปีกให้หมดและเรียนรู้ใหม่ในการเล่นกองหน้าและหลังจากนั้นฟอร์มของเขาก็ดีขึ้นเรื่อยๆ และเขาก็เล่นเข้าขากับ เดนนิส เบิร์กแคมป์ จนเขาได้เป็นดาวซัลโว ภายใน3ฤดูกาลและหลังจากนั้นเขาก็ไม่เคยฟอร์มแย่อีกเลยการที่เขาก้าวมาถึงจุดสูงสุดในชีวิตส่วนหนึ่งต้องยกเครดิตให้กับ อาร์แซน เวนเกอร์โดยไม่ต้องสงสัยเลย และฤดูกาลที่สุดยอดของอองรีนั้นก็คือปี 2003-2004 30ประตูกับ37เกมในพรีเมียร์ลีก ที่อองรีได้แสดงความโหดของเขาได้สูงสุด โชคดีที่ตอนนั้นเมสซี่กับโรนัลโด้ยังไม่โหดมากนัก ทำให้เขาได้รับรางวัลดาวซัลโวสูงสุดของยุโรป2ฤดูกาลติดในปี 2003-2004และ 2004-2005 แม้ในลีกอังกฤษจะมีสู้แข่งในด้านสกอร์อย่าง อลัน เชียเรอร์ และ รุด ฟาน นิสเตลรอย แต่ใน8ฤดูกาลที่เขาอยู่อังกฤษอองรีได้รับรางวัลดาวซัลโวของลีกมาถึง 4ครั้งต่อมาเวนเกอร์ก็ได้เริ่มดัน อเดบายอร์และลูคัส แบนเนอร์ขึ้นมาเป็นกองหน้าตัวหลักแทนอองรีในฤดูกาล2006-2007ทำให้อองรีในวัย30ปีต้องย้ายไปเล่นให้กับ บาร์เซโรน่า จนเมสซี่ในตอนนั้นพูดว่า “วันแรกที่เขาเดินทางเข้ามาที่บาร์เซโรน่าและเข้ามายังห้องแต่งตัวคุณเชื่อไหมผมไม่กล้ามองหน้าเขาเลยเพราะผมรู้ทุกอย่างที่เขาเคยทำในอังกฤษเป็นอย่างดีว่ามันสุดยอดมากแค่ไหน” และถึงแม้ที่นั้นอองรีจะไม่ได้ยิงกระจายเหมือนในตอนที่เขาอยู่ในอังกฤษแต่เขาก็ช่วยให้ทัพต่างดาวคว้าถ้วยแชมป์มามากมายรวมไปถึงถ้วย ยูฟ่า แชมป์เปี้ยนส์ลีก ที่อองรีเคยพลาดมาตั้งแต่ตอนที่เล่นให้กับอาร์เซนอล และเมื่อทุกอย่างในบาร์เซโรน่าเริ่มลงตัวอองรีก็ได้ย้ายทีมอีกครั้งและครั้งนี้เขาได้ย้ายไปเล่นที่นิวยอร์ก เรดบลู ที่นั้นเขาโชว์ฟอร์มได้ร้อนแรงเป็นช่วงๆ แม้จะไม่เทพเท่ากับตอนที่อยู่กับอาร์เซนอล แต่ก็เก่งพอที่จะคว้ารางวัลนักเตะยอดเยี่ยมในปี 2013 โดยในฤดูกาลที่ 2011-2012 อองรีได้กลับมายังปืนใหญ่เป็นเวลาสั้นๆ เขากลับมาในฐานะตำนาน ฐานะผู้ยิ่งใหญ่ของทีมที่แฟนบอลต่างต้อนรับเขาอย่างอบอุ่นและอองรีก็ค้าแข้งอยู่ที่อเมริกาเป็นระยะเวลา4ปีครึ่งก่อนจะตัดสินใจแขวนสตั๊ด

เขียนโดย :WARPGANG

เว็บชัวร์

ความคิดเห็น