ชายผู้ชื่นชอบเสียงวิจารณ์ "คริสเตียนโน่ โรนัลโด้"

 


ในวันที่เสียงวิจารณ์สาดใส่ชายวัย 36ปีกับฤดูกาลที่แสนยากลำบากสำหรับเขา หลายคนบอกว่าหมดยุคของเขาแล้วแต่สุดท้ายแล้วมันจะเป็นเหมือนเดิมทุกครั้งและมันเป็นมานานนับ10กว่าปีที่เสียงวิจารณ์จะเงียบลงเพราะ คริสเตียนโน่ โรนัลโด้ จะยิงสยบและกลบเสียงวิจารณ์ของคนที่เกลียดเขาชายผู้รักคำดูถูกมากกว่าความรักและเขากลับบอกว่าความเกลียดชังทำให้เขาไร้เทียมทานเพราะเขาโดนดูถูกมาทั้งชีวิตแต่ไม่ว่ายังไงเขาก็คือผู้ชนะเพียงหนึ่งเดียวทุกครั้ง ชีวิตของเขาอยู่กับคำดูถูกมากมาย

                คริสเตียนโน่ โรนัลโด้ เป็นเด็กที่แม่ของเขาไม่อยากให้เกิดมามีพ่อเป็นขี้เมาที่บ้านเต็มไปด้วยความยากลำบากจนแม่ของเขาเกือบจะทำแท้งแต่สุดท้ายครอบครัวก็ลองเสี่ยงกับลูกชายคนสุดท้องดูและเด็กคนนี้เกิดมาเพื่อเล่นฟุตบอลเพราะเขาหลงรักมันต้องแต่ได้เล่นมันและใฝ่ฝันที่จะเป็นนักฟุตบอลมืออาชีพตั้งแต่ยังเด็กแต่ก็อย่างที่ทุกคนรู้เส้นทางสายนี้มันไม่ได้ง่ายเลยในตอนที่เขาอายุ11ขวบผู้ใหญ่บางคนบอกว่าเขาตัวเล็กและผอมบางเกินกว่าจะเป็นนักฟุตบอลแต่เมื่อเขาได้ยินคำพูดเหล่านั้นสิ่งที่เขาทำคือการซ้อมหนักขึ้นเป็นเท่าตัวเขาหนีออกจากหอพักตอนกลางคืนเพื่อไปซ้อมคนเดียวจนกระทั่งร่างกายเขาใหญ่โตขึ้นและเขาพยายามพิสูจน์ตัวเองกับคำดูถูกเหล่านั้นและเมื่อตอนที่กลุ่มคนที่บอกว่าเขาผอมแห้งเกินไปได้เห็นเขาอีกครั้งมันไม่มีคำพูดอะไรอีกแล้วนอกจากการที่เขาเลี้ยงบอลเข้าไปทำประตูและมีแค่เพียงเสียงตบมือหลังจากการที่เขายิงประตูไปแล้วโดยเขาเคยเล่าว่า “ในตอนที่ผมยังเป็นเด็กผมแอบได้ยินผู้คนคุยกันว่าให้ตายสิเจ้าหนูนี้ตัวเล็กมากแต่ตอนนั้นมันก็เป็นความจริงเหมือนกับที่เขาบอกผมตัวเล็กและผอมบางมาก ดังนั้นผมจึงตัดสินใจว่าต้องทำงานให้หนักกว่าคนอื่นผมจะเลิกเล่นฟุตบอลแบบเหยาะแหยะเหมือนกับเด็กๆผมจะเลิกทำตัวเหมือนกับเด็กๆและผมจะฝึกซ้อมให้เป็นนักฟุตบอลที่ดีที่สุดในโลก ผมไม่รู้เหมือนกันว่าความรู้สึกกระหายแบบนี้มันมาจากไหนแต่มันอยู่ข้างในตัวผม เมื่อผมพบกับความพ่ายแพ้ความกระหายก็ยังคงอยู่และเมื่อผมชนะความกระหายก็ยังคงอยู่เหมือนเดิม” เขาเอาชนะบทพิสูจน์แรกในชีวิตของเขาจากคำดูถูกได้และต่อมาจากนั้นเขาก็เจอบทพิสูจน์อีกเมื่อเขาอายุครบ15ปีโชคชะตาก็เล่นตลกอีกครั้ง เขาถูกตรวจพบว่าเป็นโรคหัวใจและต้องเข้ารับการผ่าตัดในขณะที่เด็กคนอื่นกลัวจะเจ็บปวดและรักษาไม่หายแต่เขาคิดถึงเพียงอย่างเดียวเท่านั้นคือเขาต้องกลับมาเล่นฟุตบอล ผ่านไปไม่นานเขากลับมาที่สนามซ้อมและเขาบอกเพื่อนร่วมทีมว่า ซักวันหนึ่งฉันจะเป็นนักเตะที่เก่งที่สุดบนโลกใบนี้ หลังจากเขาพูดจบเพื่อนร่วมทีมต่างพากันหัวเราะดังลั่นและมันเป็นอีกครั้งที่ผู้คนดูถูกเขาเพราะตอนนั้นเขายังไม่ติดแม้แต่ทีมชุดใหญ่ของสปอร์ติ้งด้วยซ้ำยังไม่ได้พิสูจน์ตัวเองเลยแม้แต่น้อยแต่เขาเชื่อแบบนั้นเขาเชื่อว่าตัวเองจะไปถึงจุดนั้นจริงๆและหลังจากนั้นไม่กี่ปีเขาก็ได้ขึ้นชุดใหญ่ของสปอร์ติ้งและตำนานของเขาก็เริ่มต้นที่ทีมปีศาจแดงหลังจากเซ็นสัญญาเข้าทีมปีศาจแดงสิ่งแรกที่เขาทำคือการต่อสายตรงไปหาที่บ้านและบอกพ่อกับแม่ว่า “พ่อแม่ไม่ต้องทำงานอีกต่อไปแล้วนะครับ” และเรื่องที่ใครๆต่างมองว่าเขาเพ้อฝันตั้งแต่เด็ก นับวินาทีนั้นมันเป็นความจริงแล้วเขามีทั้งบ้าน ทั้งรถและมีเงินทองมากมายเหมือนที่เขาเคยบอกกับครอบครัวตั้งแต่เด็ก แต่อย่างไรก็ตามเพียงปีแรกที่เขาอยู่กับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดเขาต้องเจอบทพิสูจน์ครั้งสำคัญในชีวิตเขาเจอกับทั้งคำดูถูก คำวิจารณ์ ฝีเท้าไม่ถึงมีแต่เทคนิคเอาแต่เลี้ยงไม่ยอมจ่ายไม่มีวันได้เป็นระดับโลกหรอก และครั้งหนึ่งเขาเคยโดนโห่ใส่แต่ยิ่งโห่ยิ่งด่าเขาเท่าไหร่เขายิ่งซ้อมหนักขึ้นมากเท่านั้นเขาซ้อมคนเดียวจนดึกซ้อมเพื่อพัฒนาตัวเองซ้อมจนกว่าจะหมดแรงและเขาก้าวกระโดดไปอย่างรวดเร็วครั้งหนึ่งนักข่าวสัมภาษณ์นักเตะแมนยู3คนมี ริโอ เฟอร์ดินานด์,คริสเตียนโน่ โรนัลโด้และแอนเดอร์สัน กับคำถามที่ว่าใครคือนักเตะที่เก่งที่สุดตลอดกาลริโอ เฟอร์ดินานด์ตอบว่า ดิเอโก้ มาราโดน่า ส่วนโรนัลโด้ตอบว่าคือตัวของเขาเองและในวันนั้นมันมีแต่เสียงหัวเราะดังขึ้นมา และหลังจากนั้นไม่นานเสียงหัวเราะในโรงละครแห่งความฝันก็กลายเป็นคนตะโกนแต่ชื่อของเขาและมันกลายเป็นเสียงตบมือในวันที่เขาคว้ารางวัลบัลลงดอร์และเขาสร้างชื่อเสียงมากมายนับไม่ถ้วนเขายืนอยู่บนจุดสำเร็จทุกอย่างในฟุตบอลและมาถึงวันนี้ในปัจจุบันนี้ในวัยที่เขาอายุ36 ทุกคนต่างบอกว่ายุคของเขามันจบแล้วแต่สุดท้ายมันก็เป็นเหมือนเดิมทุกครั้งยิ่งโดนดูถูกโรนัลโด้ก็ยิ่งกระหายจะพิสูจน์ตัวเองมากขึ้นเรื่อยๆ ในฟุตบอลโลกปี2018 ที่หลายคนบอกว่าหมดยุคของเขาแล้วตั้งแต่รายการยังไม่เริ่ม แต่เขากดแฮตทริกตั้งแต่ในนัดแรกที่เจอกับสเปน และในยูโรปี2020ที่หลายคนบอกว่าเขาหมดสภาพมีแต่รอยิงและยิงจุดโทษ แต่เขาก็อุดปากพวกนั้นด้วยผลงานของเขา เขาคงยังโชว์คลาสของตัวเองในทุกประตูที่เขายิงได้และสุดท้ายเสียงวิจารณ์มันก็เงียบลงเหมือนเดิมและเขาจะเป็นแบบนี้ตลอดไป

เขียนโดย : เว็บตรง

ความคิดเห็น