ความหมายท่าดีใจหลังยิงประตูได้ของนักบอลชื่อดัง

                  มนุษย์กับเรื่องของการเฉลิมฉลองนี่ถือเป็นของที่อยู่คู่กันมานานไม่ว่าจะเป็นประเพณีอะไรหากว่าเป็นเรื่องดีสุขสมหวังเราจะฉลองกันไว้ก่อน อย่างในกีฬาฟุตบอลไฮไลท์อย่างหนึ่งที่แฟนบอลรอคอยนั้นก็คือเรื่องของการเฝ้าดูว่านักบอลคนนั้นคนนี้จะฉลองการยิงประตูด้วยท่าดีใจแบบไหน จะว่าไปแล้วท่าดีใจของนักฟุตบอลฉลองการทำประตูได้ในอีกทางหนึ่งมันยังเป็นการบ่งบอกตัวตนของผู้เล่นคนนั้นออกมาด้วย

1.อลัน เชียเรอร์

ผมรักฟุตบอล] “อลัน เชียร์เรอร์” ตำนานนักเตะที่ทิ้งเงินตราเพื่อความฝัน

อดีตดาวยิงประตูทีมชาติอังกฤษที่ตลอดชีวิตผ่านประสบการณ์ส่งบอลเข้าไปซุกก้นตาข่ายมากมายหลายร้อยประตูในตลอดเส้นทางอาชีพของเขาเวลาบอลจากปลายสตั๊ดของเขาพุ่งเข้าไปในตาข่ายภาพจำที่แฟนบอลเห็นตลอดก็คือการฉลองด้วยการชูมือข้างหนึ่งขึ้นมาแล้วก็วิ่งไปทั่วมันเป็นท่าดีใจที่ต้องบอกว่าเรียบง่ายไม่ซับซ้อนไม่มากความแต่เป็นตำนานมาอย่างยาวนานถึงขั้นสโมสร นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด ได้จัดทำรูปปั้นเชิดชูเกียรติของเขาโดยที่รูปปั้นดังกล่าวก็มีท่าทางเป็นท่าดีใจของตัวเขาที่ทำเพียงท่าเดียวมาตลอด

2.คริสเตียนโน่ โรนัลโด้

เป็นท่าที่เราได้เห็นจนกลายเป็นท่าประจำเวลาเจ้าตัวพังประตูได้มันก็บ่งบอกชัดเจนถึงความเป็นคนที่กระหายในชัยชนะเพราะท่าดีใจของเขาไม่ได้อยู่ดีๆก็เกิดขึ้นแต่มันผ่านกระบวนการขั้นตอนวิเคราะห์โดยผู้เชี่ยวชาญภาษากายที่ใช้หลักวิชาที่พวกเขาร่ำเรียนมาและวิเคราะห์กันว่าท่าดีใจของโรนัลโด้เป็นท่าที่บ่งบอกว่าเขานั้นมีอีโก้เต็มเปรี่ยมในตัวเอง

3.เมซุต โอซิล

จอมทัพวัย 32ปีผู้ที่ลืมตาดูโลกที่เกลเซ่นเคียร์เซ่นมีเอกลักษณ์ในการฉลองการทำประตูที่แฟนบอลจดจำได้นั้นก็คือการเอานิ้วโป้งขึ้นมาใส่ปากเหมือนเด็กอมนิ้วโดยที่มืออีกข้างหนึ่งจะทำสัญลักษณ์เป็นรูปตัว Mและที่มาของท่านี้ก็คือการมอบประตูที่เขาทำได้เพื่อเป็นเกียรติให้กับหลานสาวที่เขารักชื่อ มิล่า นั่นเอง

4.อเล็กซานเดร ปาโต้

มีหลายต่อหลายคนที่เวลาที่ประตูได้จะทำมือเป็นรูปหัวใจแต่ภาพจำแรกๆของคนที่ทำท่านี้คนแรกคงหนีไม่พ้น ปาโต้ อดีตเด็กแซมบ้ามหัศจรรย์ซึ่งเคยมาล่าตาข่ายในถิ่นซาน ซิโร่และเหตุผลของปาโต้ที่ทำนั้นก็คือการรำลึกถึงคนรักเก่าในวัยเด็กที่มีชื่อว่า สเตฟานี่ ทว่าเรื่องราวของป้าโต้นั้นออกจะแปลกๆเพราะเขาอาจบอกว่าท่าดีใจนี้เป็นการสื่อถึงรักเก่าที่บ้านเกิดแต่ขณะเดียวกันตอนที่อยู่ เอซี มิลาน เขาก็ได้มีรักครั้งใหม่กับลูกสาวของประธานสโมสรซะงั้น

5.หลุยส์ ซัวเรส

ดาวยิงอุรุกวัยที่ปัจจุบันสวมเสื้อแอตเลติโก มาดริด ท่าดีใจของเขาคือการจูบแหวน จูบนิ้ว จูบข้อมือ แน่นอนว่าไม่ใช่การจูบสามครั้งเพื่อรำลึกถึงพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ แต่มันหมายถึงครอบครัวของเขาการจูบแหวนสื่อถึงภรรยา การจูบข้อมือเพราะตรงบริเวณนั้นมีรอยสักชื่อ Delfinaลูกสาวของเขา ส่วนการจูบนิ้วทั้งสามก็สื่อถึงทุกคนทั้งหมดที่อยู่ในครอบครัวของเขานั่นเอง

6.เอดิสัน คาวานี่

บางครั้งท่าดีใจก็เป็นผลมาจากแพสชั่นกับเกมการแข่งขันและท่าฉลองด้วยการนั่งชันเข่าข้างหนึ่งและทำมือทำแขนสองข้างขึ้นมาเป็นสัญลักษณ์การเล็งปืนก็สื่อถึงการยิงประตูได้อย่างดีที่สุดท่า The Sniper ปัจจุบันเราคงคุ้นเคยคุ้นชินกันดีเพราะ คาวานี่ดาวยิงหมายเลข7แห่งปีศาจแดงได้นำมาใช้ ส่วนเหตุผลของการฉลองด้วยท่านี้ก็ง่ายๆเพราะเขาใช้เพื่อสื่อถึงช่วงเวลาในวัยเด็กที่พ่อของเขาเคยพาทำกิจกรรมล่าสัตว์

7.ทิม เคฮิลล์

อดีตดาวเตะเอฟเวอร์ตันที่เวลาทำประตูได้จะแสดงอาการสะใจด้วยการวิ่งมาที่มุมธงและรัวหมัดใส่เหมือนมุมธงเป็นกระสอบทรายแถมยังมีการโยกตัวหลอกล่อคลล้ายกับการชกมวยจริงๆเข้ามาเพิ่มสีสันด้วย

8.มาริโอ ยูรอฟสกี้

เหตุการณ์เกิดขึ้นในปี 2013เมื่อ มาริโอ ยูรอฟสกี้ทำประตูได้ตอนแรกเขาก็เหมือนจะไม่ได้ดีใจอะไรมาก แต่อยู่ดีๆเขาก็ถอดกางเกงขึ้นมาสวมหัวแล้วทำมือเป็นปืนกลกราดยิงไปยังแฟนบอลที่กำลังดีใจข้างสนามท่านี้สำหรับแฟนเอาคงได้10คะแนนเต็มไม่มีหักเพราะมันอยู่ในความทรงจำแฟนบอลหลายๆคนชาวไทยและมันพิเศษเข้าไปอีกเมื่อกรรมการเกมวันนั้นเดินตรงเข้ามาแล้วบอกว่า มันไม่เหมาะสมแล้วก็ควักใบเหลืองที่2 รวมเป็นใบแดงใส่เขานั่นเอง

เขียนโดย:เว็บตรง



ความคิดเห็น