สิ่งเดียวของโรนัลโด้ R9ที่ไม่มีใครรู้

 


               ครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ฟุตบอลผู้คนกล่าวกันว่า เอ็มบัปเปยิง30ประตูตั้งแต่อายุ19ปีมันคือเรื่องที่โคตรสุดยอดบางคนบอกว่า เออร์ลิง ฮาแลนด์สั่นสะเทือนวงการอย่างบ้าคลั่งและไม่เคยมีใครทำมาก่อนด้วยวัยเพียง20ปี แต่ในประวัติศาสตร์ของโลกฟุตบอลมีคนคนหนึ่งและคนเดียวเท่านั้นที่ยิง30ประตูตั้งแต่อายุ17คว้าบัลลงดอร์ตั้งแต่อายุ21ปีในยุคที่กองหลังแทบจะหักขากองหน้าได้ยุคที่กติกาไม่เซฟผู้เล่นแนวรุกเหมือนในปัจจุบันนี้เขาทำสถิติเหล่านี้และมันเป็นเพียงบันไดก้าวแรกและแค่เริ่มต้นของตำนานของเขาเท่านั้น

              เขาถูกยกให้เป็นปรากฏการณ์เขาเป็นกองหน้าที่อันตรายที่สุดเท่าที่โลกเคยมีมาชื่อของเขาเป็นคำตอบของกองหลังทุกคนที่เคยประเชิญหน้าเมื่อถามว่าใครดีที่สุด แต่เราได้เห็นดอกไม้ดอกนี้ผลิบานเพียงพริบตาเท่านั้นเพราะไม่มีใครสามารถหยุดเขาไว้ได้เลยนอกจากเข่าของเขาเองในปี1999ในตอนที่โรนัลโด้อายุ23ปี 21พฤศจิกายน ปี1999ปีนั้น จังหวะกระชากบอลและสับขาหลอกเหมือนที่เขาเคยทำแค่คราวนี้มันกับไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปเพราะเมื่อเขาเริ่มสับอยู่ๆเขาก็ล้มตัวลงและแพทย์ก็พาเขาออกไปข้างสนามและพบว่าเอ็นลูกสะบ้าเข่าของเขาฉีกขาดมันอาจจะเป็นความเลวร้ายที่สุดในชีวิตที่นักเตะคนหนึ่งต้องเจอแต่มันยังไม่ใช่ทั้งหมด หลังจากจากนั้น7เดือนหลังจากรักษาอาการบาดเจ็บ ทั้งโลกอยากเห็นเขาโลดแล่นในสนามอีกครั้งโรนัลโด้กลับมาลงสนามได้แต่มันได้ทั้งหมดเพียง7นาทีเท่านั้นที่เขาลงสนามไปโชคชะตาก็พรากเขาไปตลอดกาลกับอาการบาดเจ็บที่เลวร้ายและรุนแรงที่สุดในชีวิตบอกให้สัมภาษณ์ว่า “ในตอนที่หัวเข่าผมถูกทำลายมันราวกับว่าชีวิตของผมจบลงแล้ว” และนับตั้งแต่วันนั้นที่เขาบาดเจ็บโลกฟุตบอลก็เสียปรากฏการณ์ไปแล้วจริงๆ หลังจากนั้นโรนัลโด้พักไป20เดือนผ่าตัดไป2ครั้ง ใครเห็นก็บอกว่าชีวิตการค้าแข้งเขาจบลงแล้ว เขาเดินไม่ได้ ยืนไม่ได้ขนาดแค่เหยียดขาให้ตรงยังทำไม่ได้ด้วยซ้ำ พรสวรรค์ที่สุดยอดกับร่างกายที่ไม่รองรับความสามารถระดับนั้นได้โรนัลโด้เดินทางไปยังสหรัฐอเมริกาเพื่อพบผู้เชียวชาญและผ่าตัด เขาเสียเวลาในการรักษาตัวเองเพื่อกลับไปสู่จุดสูงสุดกว่า3ปี ในจุดสูงสุดของการค้าแข้งในวันที่นักฟุตบอลอายุ23เสียเวลา3ปีเพื่อฟื้นฟูร่างกายให้กลับมาเป็นเหมือนเดิมแต่ทั้งโลกก็รู้ดีว่าเขาไม่สามารถกลับมาเป็นเหมือนเดิมได้อีกแล้วยิ่งด้วยสไตล์การเล่นของเขาแล้วด้วยความเร็วและเทคนิคระดับนั้นมันต้องใช้เข่าในการวิ่งในการสับขาหลอก แต่นี่เข่าของเขามันได้พังไปแบบร้อยเปอร์เซ็นแล้วเราจะไม่เห็นปรากฏการณ์ในจุดสูงสุดอีกแล้ว โรนัลโด้ไม่มีทางกลับมาเล่นฟุตบอลได้นี่คือเสียงของแฟนบอลในช่วงที่เขาบาดเจ็บ ไม่เคยมีใครในประวัติศาสตร์ที่ได้รับบาดเจ็บขนาดนั้นแล้วกลับมาจุดสูงสุดเหมือนเดิมได้ แม้ว่าเขาจะพยายามอย่างในโดยการปั่นจักรยานวันละ8-9ชั่วโมงและการงอเขาของเขาแต่ละครั้งมันสุดแสนทรมานก็ตามแม้สภาพร่างกายจะพักลงแต่หัวใจของเขาไม่เคยท้อแท้แม้แต่วินาทีเดียวและในฟุตบอลโลกปี2002มันเหมือนการกลับมาปรากฏการณ์อีกครั้งลงเขาสนามและกลับโชว์เทคนิคมากมายสับหลอกกระชากหนีจบสกอร์แบบเด็ดขาดจนหน้าเหลือเชื่อว่านี่คือคนที่เคยผ่านการผ่าตัดครั้งใหญ่มาแล้วคนที่ทุกคนบอกจะกลับมาเป็นเหมือนเดิมไม่ได้แต่เพียงแค่เกมแรกของฟุตบอลโลกเท่านั้นเสียงวิจารณ์ที่เคยว่าเขา ดูถูกเขากลับหายไปทั้งหมดกลายเป็นคำสรรเสริญพวกเขาได้เห็นปรากฏการณ์ตรงหน้าอีกครั้งอย่างแท้จริงและสุดท้ายในปีนั้น บราซิลคว้าแชมป์ฟุตบอลโลกได้สำเร็จและโรนัลโด้คว้ารางวัลดาวซัลโวสูงสุดที่8ประตูและสิ่งที่น่าเหลือเชื่อที่สุดคือโรนัลโด้มีความฟิตสมบูรณ์เพียง60เปอร์เซ็นเท่านั้นโรนัลโด้ทำในสิ่งที่หลายคนบอกเป็นไปไม่ได้แต่แค่นี้มันก็เพียงพอแล้ว60เปอร์เซ็นของร่างกายที่จะเป็นนักเตะยอดเยี่ยมทัวร์นาเมนต์อย่างฟุตบอลโลกและพาทีมชาติบราซิลคว้าแชมป์โลกโดยโรนัลโด้ได้เล่าหลังจบเกมครั้งนั้นว่า “หลังเกมนัดชิงชนะเลิศผมเดินออกจากสนามพร้อมกับถ้วยฟุตบอลโลกในมือและคิดถึงคำที่เคยว่าผมไม่มีทางกลับมาได้ ผมไม่มีทางกลับมาเล่นฟุตบอลได้ ผมไม่มีทางกลับมาเดินได้” เขาเล่าไว้แบบนั้นและท้ายที่สุดแล้วถึงแม้ว่าเขาจะผ่านอาการบาดเจ็บมาแล้วก็ตามโรนัลโด้ก็ยังคงเป็นปรากฏการณ์และเขาก็ยังเป็นแบบนั้นจนถึงวันสุดท้ายที่แขวนสตั๊ดแต่สิ่งที่น่าเสียดายที่สุดคือเราไม่มีโอกาสได้เห็นเขาโชว์ฟอร์มได้มากกว่านี้ไม่มีใครจินตนาการได้ว่าถ้าเขาไม่เจอกับอาการบาดเจ็บในครั้งนั้นเขาจะเขียนตำนานไว้มากมายเพียงใด

เขียนโดย : เว็บตรง

ความคิดเห็น